ตู้ Rack  ข่าว

ตู้ Rack 19 นิ้ว - อิเล็กทรอนิกส์ - ระบบเครือข่าย - สินค้ามือสอง
โทรศัพท์ 0-2803-6858
ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวัด โรงงานอุตสาหกรรม อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
Product Search  
แสดงสินค้าทุกชนิด
รายการสินค้า
+ตู้ Rack 19 นิ้ว
   -Wall Rack
   -Close Rack
   -Open Rack
   -Accessories
+อิเล็กทรอนิกส์
   -IC
   -Microcontroller
   -Converter
+อุปกรณ์ไฟฟ้า
   -Patlite Status Indicators
+สินค้ามือสอง
   -เครื่องมือวัด
   -ระบบเครือข่าย
+Security System
   -CCD Camera
   -Switcher & Multiplexer
   -Vedio Recorder
   -Pan/Tile
   -ดูทั้งหมวด
+โรงงานอุตสาหกรรม
   -ป้ายแสดงผล
+Telecom
   -GSM Terminal (FCT)
   -FCT Accessories
+Computer
   -Server

ศูนย์บริการลูกค้า
>เข้าสู่ระบบ
>ลืมรหัสผ่าน
>ข้อมูลส่วนตัว
>ประวัติการสั่งซื้อ
>แจ้งโอนเงิน
>สมัครสมาชิก
>นโยบายการคืนสินค้า
>ค่าขนส่งสินค้า

ข่าว
>ข่าว
>สมัครจดหมายข่าว

เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา

Product Finder
ค้นหาสินค้าทันใจ คลิ๊ก!

ข่าว


เอวีชิงเปิดเกมจับ “อีโคไลฟ์”

กระแสอีโคไลฟ์ตัวแปรพลิกเกมปั้นผู้นำตลาดเอวี
ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ตื่นยุคอีโคพาสินค้าต้องปรับตัว
พานาโซนิค-แอลจี-โตชิบา ชิงปักธงในใจผู้บริโภค
เชื่ออีโคโปรดักส์ครองตลาดเบ็ดเสร็จในอนาคตอันใกล้

ปี 2012 กลายเป็นสมรภูมิที่เครื่องใช้ไฟฟ้าจัดทัพผลิตภัณฑ์เพื่อเดินหน้าการทำตลาด สินค้าเพื่อโลกสีเขียวกันเข้มข้นยิ่งขึ้น เพราะทุกค่ายมองว่าวันนี้อีโคโปรดักส์ไม่ใช่กระแสอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าที่ตอบ โจทย์เรื่องอีโคไลฟ์
การปั้นตลาดอีโคโปรดักส์นั้น ถึงขนาดที่ค่ายยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น อย่าง “พานาโซนิค” กำหนดให้ปี 2018 ซึ่งพานาโซนิคจะครบรอบ 100 ปีของบริษัท ด้วยการขึ้นเป็นผู้นำตลาดอีโคโปรดักส์
“เรามีวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทนวัตกรรมสีเขียวอันดับ 1 ของโลก”
เป็นคำกล่าวของ โทชิฮิโร มาจิมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอ.พี.เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ด้วยเป้าหมายดังกล่าวส่งผลให้ปีนี้ พานาโซนิคพร้อมที่จะเคลื่อนทัพสินค้าอีโคโปรดักส์เพื่อสร้างตลาดอย่างหนัก โดยพานาโซนิคจะมีการนำเทคโนโลยี “อีโคเนวี่” (ECONAVI) เข้ามาใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องฟอกอากาศ โดยในปี 2012 สินค้าพานาโซนิคทั้งหมดนี้จะมีสินค้าประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น คิดเป็น 60% ของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
“อีโคเนวี่จะเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการทำตลาดของพานาโซนิคในปีนี้ เน้นกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่นอกจากจะช่วยประหยัด พลังงานได้สูงสุดแล้ว ยังให้ประสิทธิภาพการทำงานที่สมบูรณ์แบบ” ยูคิ ฮอนดะ ผู้อำนวยการส่วนการตลาดและการวางแผน กล่าว
จุดขายในแต่ละผลิตภัณฑ์ของพานาโซนิคที่ชูเรื่องอีโคเนวี่นั้น ในส่วนของเครื่องปรับอากาศนอกจากการประหยัดไฟกว่า 50% ด้วยระบบอินเวอร์เตอร์ แต่ระบบอีโคเนวี่ด้วย 4 ระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ สามารถทำความเย็นเฉพาะที่มีคนอยู่ ทำให้ไม่เปลืองพลังงานในพื้นที่ว่าง ลดพลังงานลงอัตโนมัติเมื่อมีกิจกรรมเคลื่อนไหวน้อย
ส่วนผลิตภัณฑ์ตู้เย็น การนำระบบอีโคเนวี่เข้าใช้ช่วยประหยัดไฟเพิ่มอีกถึง 10% เพราะระบบอีโคเนวี่ช่วยจดจำช่วงเวลาเปิด-ปิดตู้เย็น เพื่อลดพลังงานช่วงที่ใช้น้อย ตรวจจับความเข้มของแสง ลดพลังงานเวลากลางคืน ลดพลังงานอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิภายในห้องต่ำ และลดพลังานอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิในตู้เย็นต่ำหรือปริมาณอาหารในตู้น้อย
สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าเมื่อเพิ่มนวัตกรรมอีโคเนวี่ เซ็นเซอร์อัตโนมัติจะช่วยตรวจวัดปริมาณผ้าให้สมดุลกับปริมาณน้ำ ช่วยให้ประหยัดน้ำเพิ่มขึ้น 40% และตรวจวัดอุณหภูมิน้ำ หากน้ำมีอุณหภูมิสูง เวลาในการซักจะลดลง ช่วยประหยัดไฟเพิ่มขึ้นถึง 45% เมื่อทำงานร่วมกับระบบอินเวอร์เตอร์ นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีอีโคเนวี่มาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ ทำให้เซ็นเซอร์จดจำช่วงเวลาการใช้งานช่วยให้ประหยัดพลังงานลงถึง 40%
“อีโคเนวี่คือการต่อยอดฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้นจากอินเวอร์เตอร์ ซึ่งในอนาคตจะมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก”
พานาโซนิคมองว่าการทำตลาดอีโคโปรดักส์จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อ เนื่อง โดยมองว่าผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตแต่ละรายต้องลงลึกในแต่ละผลิตภัณฑ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้ากับวิถีชีวิตยุคอีโคไลฟ์ ทั้งนี้ พานาโซนิคต้องการที่จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มอีโคโปรดักส์นี้ไม่ต่ำ กว่า 25% ของตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด

แอลจีกรีน 2020

ยักษ์ใหญ่แดนกิมจิอย่างแอลจี มีการตั้งคอร์ปอเรตมิชชั่น “แอลจีกรีน 2020” ที่ต้องการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 200 ล้านตันนับตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงปี 2020
แอลจีกรีน 2020 ดังกล่าว ปัจจัยที่จะทำให้ประสบความสำเร็จเช่นนั้น เรื่องของการผลิตสินค้าที่ลดการใช้พลังงานถือเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้ คอร์ปอเรตมิชชั่นนั้นสำเร็จ
ปัจจุบันสินค้าแอลจีในกลุ่มประหยัดพลังงานมีหลายหมวด แต่ที่โดดเด่นทั้งยอดขายและเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ไมโครเวฟ รวมทั้งเครื่องซักผ้า
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แอลจีได้ออกสินค้าภายใต้แนวคิด “กรีน เฮลท์พลัส” ถือเป็นการตอบรับนโยบายของแอลจีสำนักงานใหญ่ที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยี และระบบการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุด ภายใต้แนวคิดหลัก 3 ประการ คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริง
แอลจีมองเรื่องของกรีนกับเรื่องสุขภาพมาด้วยกัน เพราะนอกจากประหยัดพลังงานแล้วยังดูแลเรื่องสุขภาพด้วย สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มกรีน เฮลท์พลัส อาทิ ตู้เย็น รุ่น “อินเวอร์เตอร์ลิเนียร์คอมเพรสเซอร์” ด้วยเทคโนโลยีคอมเพรสเซอร์แนวนอน ช่วยลดการเสียดสีภายในเครื่อง ช่วยยืดอายุการใช้งานคอมเพรสเซอร์ให้ยาวนานขึ้น พร้อมประหยัดพลังงานถึง 41% หรือเครื่องปรับอากาศ “อินเวอร์เตอร์วีโฟร์ดี” ประหยัดพลังงานสูงถึง 60%
ธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์” ก่อนหน้านี้ว่า แอลจีมุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องของนวัตกรรมที่แอลจีมีลิขสิทธิ์ มีความแตกต่างจากคู่แข่งและเป็นนวัตกรรมที่ทำให้ประหยัดพลังงาน ใช้วัสดุที่เป็นพิษน้อย สามารถรีไซเคิลได้
ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายสินค้าที่เป็นกรีนโปรดักส์ของแอลจี คิดเฉพาะในประเทศไทยอยู่ที่ 30% ของยอดขายทั้งหมด มีอัตราการเติบโตในปี 2554 ประมาณ 20% เมื่อเทียบกับปี 2553
ด้านโตชิบาให้ความสำคัญกับเรื่องของกรีนมานานบริษัทหนึ่ง และมีการเริ่มดำเนินโครงการ 5 กรีน ที่ประกอบด้วย กรีนโปรดักส์ กรีนคอมปะนี กรีนเพอร์เชสซิ่ง กรีนเซอร์วิส และกรีนโซไซตี้ โดยในปีนี้จะมีการเน้นเรื่องของกรีนดีลเลอร์เป็นกรีนที่ 6 ด้วย
ในแง่ของกรีนโปรดักส์ของโตชิบานั้น สินค้าโตชิบาต้องรักษาสิ่งแวดล้อมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคิดตัวผลิตภัณฑ์ การออกแบบ วัตถุดิบที่ใช้ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการบรรจุหีบห่อหรือแพกเกจจิ้ง การขนส่ง รวมทั้งการกำจัดทิ้งอย่างถูกวิธีที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อีโคโปรดักส์ไม่ใช่กระแส

ในมุมมองนักการตลาดและนักสร้างแบรนด์ อย่าง ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท Brandbeing Consultant จำกัด กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์” ก่อนหน้านี้ว่า กรีนโปรดักส์หรืออีโคโปรดักส์ ไม่ใช่เรื่องกระแส แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำ ทั้งเจ้าของธุรกิจและผู้บริโภค เพื่อนำไปสู่การทำสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
จะเห็นได้ว่าปี 2555 นี้ เรื่องการตลาดสีเขียวหรือกรีนมาร์เกตติ้งจะถูกนำมาใช้มากขึ้นโดยปราศจากการ บีบบังคับ แต่ผู้ประกอบการยุคใหม่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและไม่เน้นการแสวงหาผลกำไรอย่าง เดียว
แนวโน้มของผู้ประกอบธุรกิจต่อจากนี้จะนำเรื่องของกรีนโปรดักส์หรืออีโคโป รดักส์มาใช้ในผลิตภัณฑ์มากขึ้น รูปแบบการทำตลาดสีเขียวก็จะถูกนำมาเกี่ยวพันโดยจะไม่ใช่ทำการตลาดเพื่อกระแส นิยม หรือที่เรียกว่า Green Washing แต่จะทำบนฐานแห่งความยั่งยืน แม้ว่าปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมยังมีอยู่จำนวน น้อย แต่เชื่อว่าจะมีคนให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มา : ผู้จัดการ
URL : http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9550000024153

24 กุมภาพันธ์ 2555

ข่าวประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 ดูข่าวอื่นๆ