ตู้ Rack  ข่าว

ตู้ Rack 19 นิ้ว - อิเล็กทรอนิกส์ - ระบบเครือข่าย - สินค้ามือสอง
โทรศัพท์ 0-2803-6858
ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวัด โรงงานอุตสาหกรรม อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
Product Search  
แสดงสินค้าทุกชนิด
รายการสินค้า
+ตู้ Rack 19 นิ้ว
   -Wall Rack
   -Close Rack
   -Open Rack
   -Accessories
+อิเล็กทรอนิกส์
   -IC
   -Microcontroller
   -Converter
+อุปกรณ์ไฟฟ้า
   -Patlite Status Indicators
+สินค้ามือสอง
   -เครื่องมือวัด
   -ระบบเครือข่าย
+Security System
   -CCD Camera
   -Switcher & Multiplexer
   -Vedio Recorder
   -Pan/Tile
   -ดูทั้งหมวด
+โรงงานอุตสาหกรรม
   -ป้ายแสดงผล
+Telecom
   -GSM Terminal (FCT)
   -FCT Accessories
+Computer
   -Server

ศูนย์บริการลูกค้า
>เข้าสู่ระบบ
>ลืมรหัสผ่าน
>ข้อมูลส่วนตัว
>ประวัติการสั่งซื้อ
>แจ้งโอนเงิน
>สมัครสมาชิก
>นโยบายการคืนสินค้า
>ค่าขนส่งสินค้า

ข่าว
>ข่าว
>สมัครจดหมายข่าว

เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา

Product Finder
ค้นหาสินค้าทันใจ คลิ๊ก!

ข่าว


(รายงานพิเศษ): สมาร์ตโฟน-แท็บเลต ดันซื้อขายออนไลน์โต9เท่า

กระแสการเติบโตจากความนิยมใช้สมาร์ตโฟนและแท็บเลต กำลังส่งผลต่อเนื่องไปในหลากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการคาดการณ์ว่าจากการเติบโตของทั้งสองสิ่งจะช่วยเพิ่ม ยอดขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น

จากมุมมองของ “ราคูเท็น” ผู้ดำเนินการเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และใหญ่เป็นอันดับสามของโลกเทียบจากยอดขาย คาดว่าความนิยมในการใช้สมาร์ตโฟนและแท็บเลตอย่างแพร่หลายจะช่วยเพิ่มยอดขาย สินค้าออนไลน์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอย่างน้อย 9 เท่าในปีนี้

ขณะที่อุปกรณ์เคลื่อนที่ อาทิ สมาร์ตโฟน กลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างการเติบโตของยอดขายออนไลน์ในปัจจุบัน ราคูเท็นเชื่อว่าการใช้งานอุปกรณ์แท็บเลตที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มโอกาสทาง ธุรกิจให้กับผู้ค้าออนไลน์อย่างมาก

ราคูเท็นเห็นสัญญาณการเติบโตว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มจะซื้ออุปกรณ์มือ ถือมากกว่าคอมพิวเตอร์พีซี เห็นได้จากสถิติว่าเมื่อผู้ใช้พีซีเริ่มใช้สมาร์ตโฟนเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ ยอดการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า และเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่าจากเดิมเมื่อเปลี่ยนมาใช้สมาร์ตโฟนเพียงช่องทางเดียว และตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 1.5 เท่า เมื่อลูกค้าใช้แอปพลิเคชั่นของราคูเท็น

เคนอิจิโร่ นะกะจิมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มอุปกรณ์เคลื่อนที่ บริษัท ราคูเท็น กล่าวว่าความสะดวกและประสบการณ์การท่องเว็บที่มีคุณภาพจากการใช้แท็บเลตนั้น ทำให้เชื่อว่าจะเห็นการเติบโตของยอดขายผ่านแท็บเลตในระดับใกล้เคียงกัน

ABI Research (บริษัทวิจัยการตลาด เอบีไอ) เผยว่า ภายในปี 2558 การชอปปิ้งผ่านทางอุปกรณ์ไร้สาย จะสร้างรายได้รวมทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 163 พันเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12 ของยอดรายได้จากการขายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซทั้งหมด

ผลการวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของบริษัทวิจัยฟอร์เรส เตอร์ (Forrester) ที่ว่า M-commerce (การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านทางอุปกรณ์ไร้สาย) จะมีมูลค่าถึง 31 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2559

ปัจจุบันแท็บเลตเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย ไอเอ็มเอส สกรีน ไดเจสท์ (IMS Screen Digest) คาดการณ์ว่าภายในปี 2557 จะมีการกระจายสินค้าแท็บเลตอีกกว่า 70 ล้านเครื่อง

ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ประเมินมูลค่าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซภาย ในประเทศไทยราว 2 แสนล้านบาทในปี 2553 แต่กลับพบว่ามีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ประกอบธุรกิจ ออนไลน์

ถึงแม้ว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญต่อการชอปปิ้งตามหน้าร้าน ผู้ประกอบการควรพิจารณากลยุทธ์การใช้ช่องทางการขายที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเชื่อมโยงกับโซเชียล มีเดีย

ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคม 2554 ฮิตไวซ์ (Hitwise) ทำการสำรวจและพบว่า “fan” หนึ่งคนในเฟซบุ๊กช่วยเพิ่มการแวะชมเว็บไซต์ร้านค้าได้ถึง 20 ครั้งในเวลา 1 ปี ผู้ประกอบการจึงควรวางแผนการใช้โซเชียล มีเดียประเภทต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เพียงเฉพาะเพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ แต่รวมถึงการพัฒนาสินค้าและบริการอีกด้วย

“การขายสินค้าออนไลน์ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมสร้าง ช่องทางการขายให้แบรนด์ต่างๆ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดังนั้นการใช้ช่องทางในการขายที่หลากหลายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก” นะกะจิมา กล่าว

“M-commerce นับว่าเป็นช่องทางการขายที่น่าตื่นเต้นและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ในการเลือกใช้ช่องทางดังกล่าวไม่ควรละเลยการบริการที่คำนึงถึงความพึงพอใจ ของลูกค้าเช่นเดียวกับการให้บริการในร้านค้าออฟไลน์ (ร้านที่มีหน้าร้านจริง) ดังนั้น ผู้ประกอบการควรสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์ของตนเองผ่านทุกช่องทาง ทั้ง ร้านค้าออฟไลน์ อุปกรณ์ไร้สาย และโซเชียล มีเดีย เพื่อเสนอบริการให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางที่ต้องการ

ล่าสุด กรุ๊ปปอน ผู้บุกเบิกและผู้นำในตลาดโลกด้านการพาณิชย์ระดับท้องถิ่น ได้เปิดตัว กรุ๊ปปอน ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ลูกค้าในประเทศไทยสามารถค้นหาและมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ที่ดีที่ สุดในรูปแบบที่หลากหลาย ด้วยวิธีง่ายๆ ซึ่งรวมไปถึงสิ่งที่ดีที่สุดในการชม ชิม และชอปอย่างจุใจผ่านเว็บไซต์ www.mygroupon.co.th

ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 47ที่กรุ๊ปปอนเปิดให้บริการภายนอกสหรัฐอเมริกา โดยจะมีการเปิดตัวดีลพิเศษที่กรุงเทพฯ เป็นแห่งแรก และมีแผนจะขยายการให้บริการไปยังจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยต่อไปในอนาคต

นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551กรุ๊ปปอนได้ปฏิวัติรูปแบบการค้าในระดับท้องถิ่น ด้วยการช่วยให้คู่ค้าทางธุรกิจทั่วโลกมีแพลตฟอร์มการตลาดที่สามารถดึงดูด ความสนใจจากกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมกับการบริหารจัดการและการขยายธุรกิจได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กรุ๊ปปอนได้ร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจหลายแสนรายทั่วโลก และปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่ใช้งานอย่างต่อเนื่องกว่า 33ล้านคน ซึ่งซื้อสินค้าและบริการผ่านกรุ๊ปปอนอย่างน้อย 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา

ที่มา : ผู้จัดการ
URL : http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9550000030760

12 มีนาคม 2555

ข่าวประจำวันที่ 12 มีนาคม 2555 ดูข่าวอื่นๆ